• คุณกำลังเดินไปไหน เดินตามคนส่วนมาก ?

    คุณกำลังเดินไปไหน เดินตามคนส่วนมาก ?

     

    ทำเว็บเชียงราย,รับเขียนเว็บไซต์เชียงราย,ออกแบบเว็บเชียงราย,ออกแบบเว็บเชียงใหม่,เขียนโปรแกรมเชียงราย,เขียนโปรแกรมเชียงใหม่,ทำเว็บเชียงใหม่,ทำแอพพลิเคชั่นเชียงราย,ทำแอพพลิเคชั่นเชียงใหม่,เขียนโปรแกรมอาดูโน่

    ทำเว็บเชียงราย,รับเขียนเว็บไซต์เชียงราย,ออกแบบเว็บเชียงราย,ออกแบบเว็บเชียงใหม่,เขียนโปรแกรมเชียงราย,เขียนโปรแกรมเชียงใหม่,ทำเว็บเชียงใหม่,ทำแอพพลิเคชั่นเชียงราย,ทำแอพพลิเคชั่นเชียงใหม่,เขียนโปรแกรมอาดูโน่

     

    ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมพบปะผู้คนมากมาย หลายคนเมื่อได้ยินได้ฟังเรื่องโจทย์ชีวิต หลายคนมีเป้าหมาย หลายคนมีความฝัน แต่คนส่วนมากยัง “ตีโจทย์ไม่แตก”

    ยังคงใช้เครื่องมือเดิมๆทำงาน ยังคงไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ไม่กล้าแตกต่าง หลายครั้งผมแนะนำให้ใครหลายคนลองมองหาเครื่องมือใหม่โดยเริ่มจากการลอง “เพิ่ม” เครื่องมือ ยังไม่ต้องขนาด “เปลี่ยน” เครื่องมือ หลายคนก็ไม่พร้อม ไม่กล้า ไม่มีเวลา กลัวเสี่ยง สารพัดเหตุผลที่ปฎิเสธ การมองหาเครื่องมือใหม่ๆในการสร้างชีวิต

    หลายคนมัวแต่บอกตัวเองว่า ไม่มีเวลา ไม่ถนัด ไม่ใช่แนว ยังไม่พร้อม กลัวเสี่ยง ไม่กล้าเริ่ม กลัวคนไม่เห็นด้วย
    ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหากเราไม่มีเวลา เราเคยถามตัวเองไหมว่าเราอยากอยู่แบบไม่มีเวลาแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ?
    สิ่งที่เราชอบเราถนัด แนวเรา คนเห็นด้วยทั้งสังคม สามารถตอบโจทย์เราได้?
    ขณะที่เรารอความพร้อม ค่าครองชีพที่ขึ้นไม่เคยรอให้เราพร้อม?
    เรากลัวความเสี่ยงจนไม่กล้าเริ่มอะไร หรือเราควรเรียนรู้จักการบริหารความเสี่ยง

    ซึ่งจริงๆสิ่งที่ทำให้หลายคนติดกรอบการหารายได้ทางเดียว วิธีเดียวคือ “งานประจำ”
    อาจมาจากเหตุผลเรื่องหนึ่งคือ “ค่านิยม” ที่ได้รับการปลูกฝังกันมาเราเลยสบายใจที่ได้ “ทำอะไรตามๆกัน”

    “เรียนให้เก่งนะลูก” จบไป จะได้ “งานดีๆ” กับบริษัทดีๆ ตั้งใจ “ทำงาน” อนาคตจะได้เป็นเจ้าคนนายคน

    คำพูดนี้คนส่วนมากเคยได้ยินจากผู้ปกครองกันทุกคน เราเลยเชื่อสนิทว่านั้นคือคำแนะนำสู่ความสำเร็จในชีวิต

    ในหัวเราเลยถูกโปรแกรมให้ต้องประสบความสำเร็จในการ “เรียน” และสำเร็จในการ “งาน”
    แต่ไม่เคยถูกโปรแกรมให้สำเร็จในการสร้าง “ชีวิต”

    ซึ่งในความเป็นจริง คนส่วนมากก็เชื่อและทำแบบนั้น
    แต่ในความเป็นจริงคนส่วนมาก ไม่รวย หรือยังไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างชีวิตดังที่ตัวเองต้องการ

    เราไม่เคยถูกสอนต่อจริงๆจังๆว่า เรียนจบแล้ว
    ควรคิดและทำอย่างไรต่อ
    นอกจากรู้เพียงว่า “ตื่นไปทำงาน 8 โมงเลิกงาน 5 โมง“

    ตั้งแต่เริ่มทำงานมีหลายๆเรื่องที่เรายังไม่รู้และไม่เคยมีใครบอกเรา

    ไม่เคยมีใครมาบอกตรงๆให้นศ.รับรู้ว่า ผลการเรียนกับผลการเงิน มันคือคนละเรื่องกัน

    ไม่เคยมีใครมาตีแผ่ให้เรารู้ว่า เมื่อทำงานไปเรื่อยๆ 5 ปี 10 ปี 20 ปี ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

    ไม่เคยมีใครเก็บสถิติของคนที่อยากมีธุรกิจส่วนตัวว่าผ่านไป 20 ปี ในงานประจำแล้วเขามีธุรกิจส่วนตัวหรือไม่

    ไม่เคยมีใครแนะนำหลักในการพิจารณาเลือกอาชีพที่ตอบสนองความฝันได้

    ไม่เคยมีใครอธิบายว่ารูปแบบของรายได้มีกี่แบบ ไม่ค่อยมีคำแนะนำให้เราทำ 2 อาชีพในเวลาเดียวกัน

    ไม่เคยมีใครอธิบายว่ารายได้แบบ Active และแบบ Passive เป็นอย่างไร

    ไม่เคยมีใครเรียนรู้ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์และออกแบบการเลือกงานที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานได้

    ความสำเร็จของคนส่วนมากในวันนี้ คือ ความสำเร็จในแบบฉบับ “ลดฝัน” กันเกือบทุกคน
    เราต้องยอมรับว่า มีคนกว่า 95% ยังไม่รวยหรือไม่มีเงินเก็บ

    มันคือความจริงที่คนส่วนมากเกือบ 90% มีเงินเก็บ
    ไม่ถึง 50,000 บาท
    และที่น่าตกใจคือคน 95% เป็นเจ้าของเงินเพียงแค่ 5% ในระบบ
    ในขณะที่คน 5% ที่เหลือเป็นเจ้าของเงินกว่า 95%

    นี้คือผลลัพธ์จากการทำอะไรตามๆกันเหมือน “คนส่วนมาก”

    ผมเคยได้อ่านเรื่องราวของหนอนผีเสื้อจากหนังสือ Think Better ของ Tim Hurson เห็นว่าน่าสนใจดี
    เพราะเรื่องราวของหนอนผีเสื้อเหล่านี้คล้ายกับคนเหมือนกัน

    ธรรมชาติของหนอนผีเสื้อ เวลาเดินหาอาหาร มันจะเดินตาม ๆ กันไป ตัวที่เดินนำ ก็จะปล่อยใยบาง ๆ (ใยนี้ เราเรียกมันว่า Silk trail) ออกมา ตัวที่เดินตาม ก็จะคืบคลานตามแนวเส้นใยที่ตัวหน้าทิ้งไว้ พร้อมกับปล่อยเส้นใยของตัวเอง ให้ตัวถัดไปตามมาอีกทอ
    ดหนึ่ง หนอนเหล่านี้ ก็จะเดินตามติดกันไปเรื่อย ๆ อย่างไม่คิดมาก จนกลายเป็นแถวยาว ตัวที่เดินนำ มิใช่ฉลาดหรือยิ่งใหญ่แต่ประการใด แต่เพราะมันบังเอิญ เดินอยู่ข้างหน้าของหนอนทุกตัวเท่านั้นแหละ!

    ธรรมชาติของหนอนเช่นนี้ ทั้งน่าสงสัย ทั้งน่าทดสอบอะไรบ้างอย่างจริงๆ

    นักกีฏวิทยาชื่อก้องโลกนามว่า Jean-Henri Fabre จึงทดลองด้วยการนำหนอนเหล่านี้ มาเดินในกระทะทรงกลมที่มีขอบสูงและบรรจุดินไว้ภายใน ผลลัพธ์ที่ปรากฏทั้งน่าขันและน่าคิด (ปนน่าสงสารนิด ๆ) คือหนอนเหล่านี้ ค่อย ๆ เดินวนรอบกระทะ หัวท้ายใกล้กันเข้ามาเรื่อย ๆ จนกลายมาเป็นวงกลมในที่สุด

    ณ เวลานี้ ไม่มีหนอนตัวหัวแถวและหางแถวอีกต่อไป แต่ทุกตัวยังคงเดินกันเป็นวงกลมติดตามกันไปเรื่อย ๆ โดยไม่คิดมากเช่นเดิม

    หนอนเหล่านี้ เดินดมก้นกันไม่หยุดอยู่ 6 วัน คลานไปทั้งหมด 500 รอบกระทะ รวมระยะทางที่มันกระดื๊บมากกว่า 90 ไมล์ !!!

    ที่น่าแปลกไปกว่านั้น คือระหว่างที่หนอนเดินหิวโซอยู่นั้น Fabre นำอาหารไปวางอยู่กลางวงกลมหนอนเสียด้วย แต่ก็ไม่มีหนอนตัวใดเดินออกจากแถวเพื่อมากินอาหาร ทุกตัวยังคงมุ่งมั่นอยู่กับการเดินตามตัวหน้าไปเรื่อย ๆ อย่างมุ่งมั่น ไม่สนใจถึงแม้พวกมันจะรู้สึกหิวเพราะขาดอาหาร

    สุดท้าย เหล่าหนอนหลุดออกจากวังวนได้ เพราะสมาชิกหนอนเริ่มเหนื่อยและอดตาย จนแถวไม่ปะติดปะต่อ หนอนที่เหลือ จึงรอดมาได้อย่างสะบักสะบอม

    Fabre ให้เหตุผลหลังจบกระบวนการทดลองนี้ว่า “พวกหนอนต่างเดินตามกันไปเรื่อย ๆ เพราะหนอนขาดความสามารถในการหาเหตุผลว่าทำไมมันจึงควรยุติการเดินตาม ๆ กันไปเช่นนั้นเสียที

    หากมีหนอนสักตัว หยุดคิดและเหลียวมองตัวเองว่ากำลังทำอะไรที่ไม่เข้าท่าอยู่หรือไม่ และเปลี่ยนวิถีทางเดินไปยังอาหาร หนอนน้อยและเพื่อนอีกหลายตัวคงมีชีวิตยาวขึ้น

    เปลี่ยนจากโลกของหนอนกลับมาสู่โลกของเราครับ ทุกวันนี้ คนเราเอง อาจจะไม่ต่างจากหนอนมากนัก เพราะคนส่วนใหญ่ ก็ยังคงนิสัยการเดินตาม ๆ กันไป เราตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไร เพราะว่าคนอื่นเขาทำหรือไม่ทำกันมากกว่า โดยเราอาจจะไม่ได้คิดเลย เส้นทางนั้นถูกต้องหรือเปล่า สร้างสรรค์หรือเปล่า หรือเรากำลังเดินตามเส้นใยในวังวนที่ไม่มีทางออกเหมือนหนอนตัวหนึ่งอยู่หรือเปล่า

    อาจจะมีบ้าง ที่บางห้วงความคิด เราอาจถามตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ความคิดเช่นนั้นก็พลันเกิดมาและดับไป มิได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีอันใด ซึ่งหากจะพูดอย่างเป็นธรรมกับหนอน หนอนเอง ก็อาจจะเคยมีห้วงความคิดเช่นนั้นเช่นกัน หรือต่อให้ไม่เคยคิดเลย ผลลัพธ์ระหว่างคนที่คิดได้แต่ไม่กระทำ กับหนอนที่คิดอะไรไม่ได้เลย ก็ไม่ได้แตกต่างกัน ดังนั้น แค่คิดอย่างเดียวนั้น ดูจะไม่เพียงพอเลยในการใช้ชีวิตให้เหนือหนอน

    หากกาลิเลโอ เชื่อว่าโลกแบนเหมือนทุกคน เราคงยังกลัวการตกขอบโลกอยู่
    หากนิวตัน บอกว่าแอปเปิ้ลตกใส่หัวเป็นเรื่องของ ความซวย โลกนี้คงไม่รู้จักแรงดึงดูด
    หากเอดิสัน ทำตามชาวบ้านด้วยการใช้ตะเกียง เราคงไม่มีหลอดไฟ
    หากเบล นิยมส่งจดหมายและรอคอยการตอบกลับอย่างอดทนเหมือนคนทั่วไป ทุกวันนี้ เราอาจไม่มีโทรศัพท์ใช้
    และหากพระพุทธเจ้า นิยมการเสพสุขสำราญเหมือนคนอื่นเขาโดยมิพึงแสวงหาความสุขที่เหนือกว่า บัตรประชาชนของผม ยังคงมิรู้ว่าจะระบุในช่องศาสนาว่าอะไร
    ฯลฯ

    นี่คือบางส่วนของคนที่ไม่คิดตามคนอื่น แต่คิดบนเหตุและผล คิดบนความกล้าและความมุ่งมั่น คิดบนความสร้างสรรค์และจินตนาการ

    คนส่วนใหญ่ไม่ต่างจากหนอนที่เดินตามก้นกัน แต่คนที่พิเศษสุดเท่านั้น ที่จะเดินออกจากแถวและอยู่รอดได้จนแปลงกายเป็นผีเสื้อ !!!!

     

    ที่มา

    Thanet Leelaporn

    Comments

    comments

Comments are closed.